<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-32760037</id><updated>2011-04-21T18:52:57.123-07:00</updated><title type='text'>"Gmclub"</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://gmclub.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://gmclub.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>GMclub</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17459280403898787599</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>10</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-32760037.post-117495955334230889</id><published>2007-03-26T19:36:00.000-07:00</published><updated>2007-03-26T19:39:13.346-07:00</updated><title type='text'>เพชรา</title><content type='html'>เพชรา&lt;br /&gt;1&lt;br /&gt;                เราคิดถึงชื่อนี้ขึ้นมาตอนที่เห็น ภาวนา ชนะจิตทางทีวีตอนตีสาม เธอเป็นพิธีกรรายการพาเที่ยว พาชิมอะไรสักอย่างหนึ่ง ภาพของ “ไข่มุกแห่งเอเชีย” ที่เราเคยเห็นในหนังสือที่หอสมุดแห่งชาติผุดขึ้นมาทันที เธอเป็นดาราที่โด่งดังมากในยุคหนึ่ง จนเมื่อนึกถึงดารารุ่นใหม่ ๆ เราก็นึกไม่ออกเลยว่าใครจะมีบารมีเท่าเธอได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป นอกจากจะไม่ใช่ช่วงไพร์มไทม์ที่เป็นของเธอแล้ว เธอก็ถูกลืมไปจากหัวใจของใคร ๆหลายคน&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;               จนเรานึกสงสัยว่าชื่อเสียงจะมีค่าอะไร เพราะท้ายที่สุดทุกคนก็จะถูกลืมอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2&lt;br /&gt;                “ตัดดีไหมพี่” เราถามช่างทำผมอีกเป็นครั้งที่สาม เธอเป็นช่างทำผมที่ใจดีพอที่จะมานั่งอธิบายให้เราฟังว่าผมแบบนี้ หน้าแบบนี้จะต้องทำผมอย่างไร และเพราะการตัดผมสั้นเป็นการทำเบบี้เฟซแบบเร่งด่วน เราเลยอยากตัดผมบ๊อบเทแบบจีจี้ (ที่ดูกราฟฟิคมากกว่าบ๊อบเทบ้านๆ ซึ่งหมายความว่าเท่กว่ากันเป็นกอง)&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;              “บอกว่าไม่สวยยังทนได้ แต่บอกว่าแก่นี่ มันทำอะไรไม่ได้เลยนะพี่” ช่างทำผมหัวเราะก๊ากทันที และวันนั้นเราก็เดินออกจากร้านมาโดยที่ไม่ได้ตัดผม&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;             “ฮัลโหล” เสียงของเพชรา เชาวราษฎร์รับสาย หัวใจเราเต้นแรงมาก ๆ ช่วงที่เขียนบทโทรทัศน์ “พงศาวดารหนังไทย” หน้าที่ของเราคือการขลุกอยู่ที่หอภาพยนตร์แห่งชาติ ภาพใบหน้าตอนหนุ่มสาวของสรพงศ์ ชาตรี สุเชาว์ พงษ์วิไลและยังพิสมัย วิไลศักดิ์อีกละ เหมือนเป็นภาพที่หลุดออกมาจากโลกอื่น เพราะเมื่อเราเห็นคนเหล่านี้โลดแล่นอยู่บนจอ เขาก็ไม่ได้มีใบหน้าเต่งตึง เยาว์วัยแบบนั้นอีกแล้ว&lt;br /&gt;             &lt;br /&gt;              แล้วเราก็พูดสิ่งที่ซ้อมมาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เจ้านายของเราอยากให้เพชรามาออกรายการ ซึ่งเราก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าโอกาสที่เธอจะมาปรากฏตัวมีน้อยมาก เธอซักถามถึงรายละเอียดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลก่อนที่จะปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าเธออยากอยู่เงียบ ๆ ไม่มีใครเคยเห็นเธออีกเลยหลังจากที่เธอสูญเสียการมองเห็น และเธอก็ฉลาดพอที่จะหยุดความทรงจำของทุกคนไว้ตรงช๊อตที่เธอคิดว่าคือความหอมหวานของชีวิตที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจหวนมาอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;              “ตอนแรกไม่ชอบชื่อนี้เลย เพราะมันออกเสียงเหมือนคำว่า เพชร-ชรา” เธอเคยให้สัมภาษณ์ไว้อย่างนี้  เพชราเป็นนักแสดงภาพยนตร์อาชีพโดยแท้จริง  เชื่อไหมว่าเธอเป็นนางเอกหนังกว่า 300 เรื่อง !&lt;br /&gt;            &lt;br /&gt;             เจ้าหน้าที่หอภาพยนตร์บอกเราว่าทุกวันนี้เพชรายังออกไปทำผม เดินช้อปปิ้งข้างนอกเหมือนคนปกติโดยมีคนรับใช้เป็นคนพาไป  แต่เธอจะไม่แสดงตัวว่าเธอเคยเป็นเพชรา ดาราขวัญใจชาวไทยที่คำว่าโด่งดังยังเป็นคำพูดที่น้อยเกินไป แว่นตาสีดำจะเป็นตัวปกปิดเธอจากแฟนภาพยนตร์บางคนที่อาจจะจำเธอได้ บางครั้งเมื่อเห็นหญิงสูงวัย ท่าทางเฉี่ยวในแว่นตาดำตามห้าง เราเป็นต้องหยุดมองพลางคิดว่านั่นใช่เพชราหรือเปล่า?&lt;br /&gt;3&lt;br /&gt;              &lt;br /&gt;             ไม่รู้ว่าเราคิดไปเองหรือเปล่า ปีนี้เป็นปีที่คนรอบข้างเราแก่ขึ้นอย่างรวดเร็ว หรืออาจเป็นเพราะเราเพิ่งมาสนใจเรื่องความแก่เลยเพ่งแต่จะดูว่าใครแก่ เฮ้อ...พี่สาวเรารีบหาครีมที่ดีที่สุดมาใช้เพราะหน้าเธอเหี่ยวขึ้น  แม่บอกเราว่าปีนี้ตามองไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ และไหนจะยังลุงที่ผมขาวไปทั้งหัวจนเราตกใจ ลูกพี่ลูกน้องที่เราเคยเห็นว่าเขาสวยที่สุดก็เริ่มกลายเป็นซิ้มและขึ้นคาน  และที่เครียดสุด ๆก็คือตีนกาและพุงของเราที่ฝังตัวอยู่แนบแน่น จนเรารู้สึกว่าทั้งสองอย่างเคยอยู่ในตัวเรา แต่มันได้ออกเดินทางไกลก่อนที่จะกลับมาเยือน “บ้าน” และไม่หายไปไหนอีก&lt;br /&gt;             &lt;br /&gt;            “สังขารมีเสื่อมเป็นธรรมดา” ใคร ๆก็รู้แต่การทำใจได้มันเป็นคนละเรื่อง เราได้ยินเรื่องของคนมากมายที่บอกว่าเขาชอบตัวเองตอนที่อายุเยอะ ๆ เพราะแม้ร่างกายจะร่วงโรยแต่จะเข้าใจโลกมากขึ้น นั่นแสดงว่าชีวิตเขาต้องมีเรื่องพิเศษแน่ ๆเลยใช่ไหม แต่สำหรับคนที่นอกจากจะแก่ขึ้นแต่การใช้ชีวิตก็ยังถอยหลังเข้าคลองและได้แต่ถวิลหาอดีตละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;              เราตอบคำถามนี้ไม่ได้หรอก เพราะเรายังไม่ได้แก่อย่างจริงจัง  ตอนนี้เราเป็นเพียงแค่คนหัดแก่สมัครเล่น&lt;br /&gt;4&lt;br /&gt;                หลายวันต่อมา  ทางช่องโทรมาบอกเราว่าเพชราโทรมาต่อว่าว่าบทโทรทัศน์ที่เราพูดถึงเธอนั้นมีข้อมูลที่ผิดพลาดไป ซึ่งเราก็ยอมรับความผิดพลาดนั้นแต่โดยดี เราไม่ได้เกิดในยุคนั้น สิ่งที่เรานำมาเขียนก็มาจากข้อมูลในหนังสือพิมพ์  แต่เราก็แอบดีใจนิดหน่อยว่าอย่างน้อยเธอก็ได้ “ฟัง” รายการที่เราเขียนถึงเธอ&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;                เธอจะนั่งอยู่ตรงนั้น หูของเธอได้ยินเสียงคำบรรยายที่บอกว่าเธอเคยโด่งดังแค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                “ถ้าคนไทยคนไหนไม่รู้จัก มิตร-เพชรา คาดว่าเขาคนนั้นจะต้องเสียสติหรือมาจากดาวดวงอื่นเป็นแน่” มีคนเคยเขียนถึงเธอไว้อย่างนี้และมันก็กลายเป็นประโยคฮิตในเวลาต่อมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                แม้ว่าหลายคนจะลืมเธอแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก สิ่งสำคัญคือเธอจะจำตัวเองในแบบไหน  ชื่อเสียงเป็นความจอมปลอมจริงอยู่  แต่การได้มาซึ่งชื่อเสียงต่างหากที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย มันก็เหมือนกับคำพูดเชย ๆที่เราเคยได้ยินกันมาว่าชีวิตนี้เป็นของเรา- อะไรทำนองนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                เพชร-ชรา เพชร-ชรา  ตอนนี้เธอจะชอบชื่อนี้ได้อย่างเต็มหัวใจหรือยัง?&lt;br /&gt;                “บอกว่าไม่สวยยังทนได้ แต่บอกว่าแก่นี่ มันทำอะไรไม่ได้เลยนะพี่”&lt;br /&gt;                บางทีช่างทำผมอาจจะหัวเราะเยาะเรา-ว่าเพิ่งมารู้เอาป่านนี้เหรอน้อง!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32760037-117495955334230889?l=gmclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://gmclub.blogspot.com/feeds/117495955334230889/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32760037&amp;postID=117495955334230889' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/117495955334230889'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/117495955334230889'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://gmclub.blogspot.com/2007/03/blog-post_26.html' title='เพชรา'/><author><name>GMclub</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17459280403898787599</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-32760037.post-117434366138680964</id><published>2007-03-19T16:32:00.000-07:00</published><updated>2007-03-19T16:34:21.400-07:00</updated><title type='text'>61 วินาที</title><content type='html'>วันก่อนแม่บอกเราว่าให้กินดีท็อกซ์ที่มีส่วนผสมของคลอโรฟิลด์แอนด์ บลา บลา บลา อันมีคุณสมบัติช่วยขับสารพิษในร่างกาย และเพราะไม่ตั้งใจฟัง เราเลยเทเจ้าซองนั้นหนึ่งซองผสมน้ำหนึ่งขวดแล้วกินจนหมด เพิ่งมารู้ทีหลังว่าต้องผสมในอัตราส่วน 1 ซองต่อน้ำ 4 ขวด...เกือบไปแล้วไหมละ&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;               เพื่อนเราคนหนึ่งใฝ่ฝันว่าเธออยากจะไปเห็นทัชมาฮาลสักครั้ง เพราะมันคือสัญลักษณ์ของความรักอันยิ่งใหญ่  แต่สิ่งที่เราเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันคือตอนที่สร้างทัชมาฮาลเสร็จนั้น พระเจ้าชาห์ ชะฮานคิดว่าหากปล่อยให้นายช่างกว่าหมื่นคนเล็ดลอดออกไปได้ ก็อาจจะไปสร้างสถาปัตยกรรมที่งดงามกว่าทัชมาฮาลก็เป็นได้ พระองค์จึงทรงสั่งให้สังหารทุกคนอย่างเลือดเย็น เพื่อเซ่นสังเวยความเป็นหนึ่งเดียวของอนุสรณ์สถานแห่งความรักนี้ แน่นอนว่าเราไม่บอกเรื่องนี้กับเพื่อน  และเมื่อวันที่เธอไปยืนดูทัชมาฮาลมาถึง เธอก็จะเห็นแต่สิ่งที่เธออยากเห็น&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;              ศิลปินคนหนึ่งบอกเราว่าการที่ศิลปินต่างตะเกียกตะกายหาที่แสดงงาน แม้งานนั้นจะไม่สามารถทำให้เขามีชื่อเสียงภายใน 15 นาที แต่อย่างน้อยสังคมก็จะมี “ข้อมูลคร่าว ๆ” ของเขาอยู่ในหัว อย่างน้อยกูเกิ้ลก็รับรู้ถึงการมีอยู่ของเขา...บ้างก็ยังดี&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;             พักนี้เราเลยชอบคิดเรื่อง “ข้อมูลคร่าว ๆ” บ่อย ๆ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับ “รู้อะไรรู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจักเกิดผล” แต่เราหมายถึงการที่ข้อมูลรอบตัวเรามันเยอะแยะไปหมด หรือการที่แม้แต่ตัวเราเองก็เบื่อ ไม่มีแก่ใจ รำคาญไปจนถึงไม่ว่างกับการรับรู้  สิ่งที่เห็นหรือได้ยินจึงเป็นเหมือนเศษนุ่นที่ลอยพัดผ่าน เหมือนภาพตัดสลับที่โผล่มาแล้วหายไปในชั่วกระพริบตา แต่เพราะชีวิตคือเรื่องของประสบการณ์ เราจึงเติบโตมาเป็นเราทุกวันนี้โดยมีคอนเซ็ปต์เรื่องคร่าว ๆ เป็นของขวัญ แต่มองอีกด้านถ้าเราไม่มีเรื่องคร่าว ๆนี้เลย โลกคงหดเหลือนิดเดียวเอง สมองเราคงไม่มีพื้นที่ให้ฟุ้งซ่าน  เราไม่ได้โลภมากถึงขั้นคิดว่าตัวเองต้องรู้ลึกกับทุกเรื่อง เข้าใจมนุษย์ทุกคนไปถึงรูขุมขนหรอกนะ เพียงแต่สงสัยว่าถ้าเป็นอย่างนี้มาก ๆเข้า เราจะกลายเป็นคนชุ่ยในการมองโลกหรือเปล่า&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;           บางวันเรามีโอกาสมองดูท้องฟ้าแค่คร่าว ๆ ยังไม่ได้รู้จักกันดีเลย ก็ต้องรีบวางสายตาจากท้องฟ้าไปทำอย่างอื่น เราว่าการไปทำ “อย่างอื่น” อยู่เรื่อยๆ นี่แหละ ที่ทำให้เราไม่เคยทำอะไรที่เรียกว่าเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองไปตลอดกาลได้สักที มีชีวิตอย่างคร่าว ๆ แต่ไม่เคยมีชีวาจริงๆ&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;           เด็กในอินเดียถูกซื้อตัวไปเป็นโสเภณีในราคา 1500 บาท แต่คำถามคือว่าตัวเลขนี้คือเมื่อปีไหน ครั้งหนึ่งเราเคยนั่งทำงาน และได้ยินข่าวต่างประเทศจากช่อง 7 รายงานว่ามีการค้นพบที่น่าตื่นเต้นยิ่งของนักวิทยาศาสตร์ นั่นคือทุกวันนี้ หนึ่งนาทีนั้นมีค่าเท่ากับ 61 วินาทีทั้ง ๆที่ก็ตื่นเต้นนะ แต่ทำไมเราถึงไม่ยอมละสายตาจากหน้าคอมก็ไม่รู้ สักพักข่าวนี้ก็จบลงโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แต่แล้ววันหนึ่ง ขณะที่นั่งใจลอยบนรถเมล์เราก็ค้นพบว่าตัวเองกำลังคิดเรื่อง 61 วินาทีแต่ก็ไม่มีอะไรที่จะนำมาปะติดปะต่อได้ 61 วินาทีแล้วไง? เหมือนผีพุ่งไต้ที่โผล่มาแล้วก็หายไป ไม่สามารถสร้างประโยชน์อันใดจากข้อมูลที่สั้นขนาดนี้&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;            เวลาอ่านหนังสือพิมพ์ เราชอบอ่านข่าวสั้นที่เป็นกรอบเล็ก ๆ อยู่หน้าหลัง ๆ ทำนองว่านายคำฟันตาแสงผู้เป็นพ่อตาย  นางสวาทร้องเรียนว่ากระเป๋าตังค์หาย มันเป็นข่าวที่ยาวราว 10 บรรทัด อ่านยังไม่ทันรู้เรื่องอะไรก็จบแล้ว  หากมีมนุษย์ต่างดาวเอามีดมาจี้เราและถามว่าเรามีชีวิตอยู่ไปทำไม เราคงตอบเขาไปว่าชีวิตเรามันแหว่งวิ่นในเรื่องความลึก  ล้นเกินในเรื่องทั่ว ๆไป   มีความใจลอยเป็นตัวเชื่อมเรากับโลกนี้  และความรู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทางตลอดเป็นแรงขับเคลื่อนให้หายใจไปวัน ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            คนที่รายล้อมเราทุกวันนี้เหมือนเป็นคนในข่าวสั้น  รู้จัก..เราเคยรู้จักกันก่อนไหม เราอาจจะเคยไปเมนท์บล๊อกคุณ จำได้ว่าคุณชอบไปกินไอติมร้านหนึ่งแถวสยาม  เข้าใจ....เราจะเข้าใจคุณได้ยังไง ในเมื่อโลกของภาษาเป็นโลกที่พูดความจริงเท่าที่ใจรู้สึกได้เพียงคร่าว ๆและยิ่งถ้าคุณไม่มีความสามารถในการพรรณนา โลกก็ไม่มีวันเห็นหรอกว่าคุณรู้สึกรู้สากับสิ่งไหนมากแค่ไหน  มีคำพูดที่บอกกันต่อๆ มาว่า แม้ความโรแมนติคจะเป็นเรื่องของสารเคมีในสมองซึ่งจะหายไปตามกาลเวลา แต่ความรักไม่ใช่เรื่องของอะไรที่ซับซ้อนหรอก นอกจากการเห็นชีวิตของกันและกันอย่างทะลุปรุโปร่งและยอมรับมันได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;           นักเขียนคนหนึ่งเคยบอกไว้ว่า  คนเราทุกวันนี้เหมือนตัวละครที่ไม่มีหน้า  แต่เราว่าไม่มีหน้านั่นก็ยังดีนะ เพราะอย่างน้อยก็แสดงว่าเรากับคนนั้นไม่มีความเชื่อมโยงอะไรกัน แต่การที่ต้องเชื่อมโยงกันแบบคร่าว ๆแบบการมีแค่คีย์เวริดเป็นตัวอธิบายสิน่ากลัวกว่า เราเห็นตา เห็นคิ้วแต่ไม่เห็นปากเขา นี่ก็ไม่ต่างจากใบหน้าของสัตว์ประหลาดชัด ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          อ้อ....ถ้าคุณจะจำเรื่อง 1 นาทีมี 61 วินาทีไปเล่าให้ใครฟัง ช่วยจำไว้หน่อยนะคะว่าข่าวนี้ออกทางช่อง 7 สี แต่คุณรู้เรื่องนี้ผ่านบล๊อกโดยผู้หญิงคนหนึ่ง....ซึ่งคุณอาจจะไม่รู้จักหรือรู้จักเธอก็เพียงแค่คร่าว ๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32760037-117434366138680964?l=gmclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://gmclub.blogspot.com/feeds/117434366138680964/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32760037&amp;postID=117434366138680964' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/117434366138680964'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/117434366138680964'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://gmclub.blogspot.com/2007/03/61.html' title='61 วินาที'/><author><name>GMclub</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17459280403898787599</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-32760037.post-116273705319181093</id><published>2006-11-05T06:20:00.000-08:00</published><updated>2006-11-05T06:30:53.336-08:00</updated><title type='text'>Hanoi</title><content type='html'>I am in Hanoi at the moment.&lt;br /&gt;Hanoi is a great city, placed itself between Bangkok and Kathmandu atmospherically.&lt;br /&gt;Best of Hanoi for me not for Vienamese food being but French patisserie.&lt;br /&gt;Sipping coffee by the serene lake in the midst of Hanoi's cool breeze is real experience.&lt;br /&gt;Not too costly to be here.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I sat there, by the lake, soaked by the historical story about the lake, looking at people passes by and wondering where people goes.&lt;br /&gt;We are not the same ones as 25 years before, as such the world.&lt;br /&gt;What left here for eternity are corpse of imaginaries.&lt;br /&gt;Like that myth hovered the lake and reflected in the water puppet show.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Hanoi is more green than Bangkok, less fake, more honk. Conjured by some myths but not that mithril.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32760037-116273705319181093?l=gmclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://gmclub.blogspot.com/feeds/116273705319181093/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32760037&amp;postID=116273705319181093' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116273705319181093'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116273705319181093'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://gmclub.blogspot.com/2006/11/hanoi.html' title='Hanoi'/><author><name>GMclub</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17459280403898787599</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-32760037.post-116273455218703323</id><published>2006-11-05T05:29:00.000-08:00</published><updated>2006-11-05T05:49:12.220-08:00</updated><title type='text'>ไลฟ์สไตล์และลาเต้ เอฟเฟค</title><content type='html'>ช่วงนี้ใคร ๆก็พูดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกันจัง จนถ้าฉันเกิดร่ำรวยล้นฟ้าขึ้นมาแล้วไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมมาถือ&lt;br /&gt;คงได้โดนด่าว่าเป็นพวกไม่สนใจชาวเอธิโอเปียเป็นแน่ นับว่าเป็นโชคดีแท้ ๆ ที่ฉันยังคงคอนเซ็ปต์อ่อนไหวและยากจนไว้ได้อย่างคงเส้นคงวาและก้มหน้าก้มตามีเศรษฐกิจพอเพียงไปอย่างหน้าชื่นตาบาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณพี่วุฒิชัยเคยพลัดหลงมาเยือนแถว ๆ อพาร์ทเม้นท์ฉัน วันนั้นฉันเลยพาไปเดินชมโลกลี้ลับของฉันเสียจนคุณพี่ตกใจ&lt;br /&gt;ฉันพาคุณพี่ไปร้านโปรดของฉันคือสหกรณ์กรุงเทพ (ที่นี่มีร้านขายหนังสือที่เจ้าของออกแนวจิตวิญญาณ ๆ อยู่ร้านหนึ่ง มี "โลกหนังสือ" ขายแค่เล่มละยี่สิบบาท และสินค้าของที่นี่ทำให้เกิดบรรยากาศถวิลหาอดีตอย่างลึกซึ้ง) ถัดจากนั้นก็พาไปเดินแผนกไอทีของพาต้า ปิ่นเกล้า (ดีแค่ไหนที่ไม่พาไปดูคิงคอง) ผลคือคุณพี่บอกว่า "ไลฟ์สไตล์ของฉันนั้นมันอุบาทว์สิ้นดี" ไม่มีความคูลใด ๆทั้งนั้น แถมยังหาว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ฉันคงเป็นพวกใช้ผ้าฝ้ายพัน ๆไว้รอบคอ (เหมือนเหล่าเอ็นจีโอ) ใช่ไหม อู๊ย...ไม่ใช่หรอกค่า ว่าไปนั่น!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่มีปัญหากับความไม่คูลของตัวเองและมีความสุขดีพอสมควร&lt;br /&gt;บางครั้งสุขมากจนอิจฉาตัวเอง แต่วันไหนที่ทุกข์มาก ฉันก็แค่ไปนอนให้คุณหมอนวดบีบเฟ้นไปตามร่างกาย ด้วยเงินแค่ 250 บาท โลกก็น่าอยู่ขึ้นเป็นกอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันชอบหนังสือเรื่อง "จะเลือกเงินหรือชีวิต" มาก และเราหลายคนคงเคยได้ยินเรื่อง  การเลือกหินที่ใหญ่ที่สุดของตัวเองใส่ไว้ในขวดโหลก่อน หาไม่แล้วคุณจะไม่สามารถทำสิ่งที่อยากทำได้จริง ๆ&lt;br /&gt;มันไม่เกี่ยวกับเรื่องไลฟ์สไตล์อันไม่เก๋ของฉันหรอก แต่ฉันว่าถ้าเรามีความสุขก็พอ ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายอะไรอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไปกินข้าวที่พารากอนครั้งแรกเพราะคุณน้องโอปอกับคุณน้องบุ๊ยพาไป มันอร่อยมากกกกจนฉันตื่นตะลึง ทำไมข้าวไข่เจียวจานละ 50 บาทถึงอร่อยฉิบหายวายป่วงขนาดนี้ นาน ๆ กินทีก็เข้าท่าเหมือนกัน&lt;br /&gt;ล่าสุดเพื่อนรักของฉันที่ตั้งแต่จบมาไม่เคยทำงานอย่างจริงจังเพราะมีแฟนดีคอยหาเลี้ยง โทรมาบอกว่าเธอได้งานที่บ้านเกิดแล้ว เงินเดือนตั้ง 7 พันกว่าบาทแน่ะ ด้วยเงินขนาดนี้เธอจะสามารถมีเงินเก็บได้ราว 3 พันบาทต่อเดือน ผลคือฉันเป็นลมล้มตึงไปเลย !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้อ่านเจอในคลีโอเรื่อง "ลาต้ เอฟเฟค" คือการใช้เงินกับเรื่องไม่เป็นเรื่องวันละเล็กละน้อย ผลคือนานวันเข้ามันก็จะสะสมเป็นเงินก้อนโต เฉกเช่นการกินกาแฟลาเต้แก้วละ 50 บาท ทุกวัน ปีหนึ่งจะตกถึง 7200 บาทแน่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรุ่งนี้ฉันจะเริ่มเก็บเงินให้ได้! แต่ขอเป็นพรุ่งนี้จริง ๆ นะ วันนี้ขอไปเดินสหกรณ์กรุงเทพก่อนแล้วกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32760037-116273455218703323?l=gmclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://gmclub.blogspot.com/feeds/116273455218703323/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32760037&amp;postID=116273455218703323' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116273455218703323'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116273455218703323'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://gmclub.blogspot.com/2006/11/blog-post_05.html' title='ไลฟ์สไตล์และลาเต้ เอฟเฟค'/><author><name>GMclub</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17459280403898787599</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-32760037.post-116256968722948309</id><published>2006-11-03T07:43:00.000-08:00</published><updated>2006-11-03T08:06:06.686-08:00</updated><title type='text'>เร็วไม่ว่า ช้าให้เป็น</title><content type='html'>ช่วงนี้กำลังดื่มด่ำกับหนังสือที่แค่เห็นหน้าปกกับคอนเซ็ปต์เล่มก็รู้แล้วว่าต้องชอบ ๆ แน่ ๆ"เร็วไม่ว่า ช้าให้เป็น"&lt;br /&gt;คนเขียนได้แรงบันดาลใจจากความตื่นตะลึงของ "นิทานก่อนนอนหนึ่งนาที" สังคมมันน่าเศร้าขนาดนี้เลยละ&lt;br /&gt;จนต้องย่อซินเดอเรลล่าและคนแคระทั้งเจ็ดให้มาอัดแน่นกันในความยาวหนึ่งนาที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาอ่านฮาวทูของฝรั่งต้องยอมรับว่าเค้าเขียนเก่งจริงๆ เข้มข้นด้วยข้อมูลมาก ๆ&lt;br /&gt;ฉันเคยอ่านฮาวทูของไทยในนิตยสารหนึ่ง เค้าเขียนเรื่องวิธีไปวัด ไว้ว่า 1 อย่าแต่งตัวโป๊ 2 อย่าฉีดน้ำหอมมากเกินไป 3 วางตัวให้เหมาะสม เวรเอ๊ย.......ที่บอกมาเนี่ย ไม่รู้เลยนะเนี่ย!!!!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในหนังสือเล่มนี้มีที่จิ๊ดใจอยู่ตรงหนึ่งคือ "ความเร็วช่วยให้เราปกปิดความน่าสะพรึงกลัวและแห้งแล้งของโลกสมัยใหม่เอาไว้ ในยุคของเรามีแต่ความปรารถนาที่จะลืม" คนที่พูดก็คือคุนเดอรานั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาคิดดูว่าฉันเคยมีช่วงเวลาที่ชีวิตช้ามาก ๆ ไหม ก็ต้องนึกย้อนไปไกลตอนที่ไปฝึกงานตอนปี 4&lt;br /&gt;เพราะความที่เรียนมานุษยวิทยา เลยต้องลงพื้นที่ไปอยู่กับชาวบ้าน เลือกไปไกลถึงแม่ฮ่องสอนอยู่กับชาวลีซอ&lt;br /&gt;เพราะไม่มี "โทรศัพท์และเครื่องปรับอากาศ" แถมไม่มีทีวีและวิทยุ  ตื่นมาก็ทำกับข้าวตามมีตามเกิด&lt;br /&gt;นั่งรอข้าวค่อย ๆสุกจากเตาดินเผา มีเวลาว่างมากขนาดตอนบ่าย ๆมานั่งทำแยมไว้กินด้วยแน่ะ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แถมยังสนุกกับการหาเหาให้เด็ก ๆ และลามไปหาให้คนเฒ่าคนแก่&lt;br /&gt;มีเวลาไปฟังคนแก่ ๆ ประจำหมู่บ้านเล่านิทานพื้นบ้านที่ไม่มีใครบันทึกไว้&lt;br /&gt;มีเวลาไปเล่นน้ำจนปากซีด และมีเวลามากพอที่จะรู้ว่าคนบ้านไหนไม่ถูกกับบ้านหลังไหน และใครในหมู่บ้านเป็นญาติกันมั่ง หนึ่งเดือนในหมู่บ้าน ผ่านไปช้ามากๆๆๆๆ บางบ่ายที่ร้อนมากๆ ฉันรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายให้ได้ สลับกับความรู้สึกที่ว่าทำไมเราถึงไม่ชินกับความช้าได้สักที ทั้งๆ ที่ลึก ๆแล้วเราก็ชอบมันนะ (งงไหมเนี่ย)&lt;br /&gt;เห็นไหมละว่าความเคยชินคือคำสาปที่ร้ายกาจที่สุดของมนุษย์?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลางคืนท่ามกลางแสงเทียนมืดมิด ก็มีเวลาว่างพอที่จะนึกถึงเรื่องราวที่ไม่เคยคิดว่าจะนึกถึงมาก่อน&lt;br /&gt;นั่นคือช่วงเวลาที่ชีวิตฉันช้าที่สุดแล้ว พอมองย้อนกลับไปถึงได้รู้ว่าอาจารย์ไม่ได้ให้พวกเราไป "ฝึกงาน" หรอก&lt;br /&gt;แต่ให้เราไปเรียนรู้ความเป็นคน ที่ต้องเข้าใจคนอื่นและเข้าใจตัวเองไปพร้อม ๆกัน และนี่คือพื้นฐานสำคัญของการเรียนมานุษยวิทยา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32760037-116256968722948309?l=gmclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://gmclub.blogspot.com/feeds/116256968722948309/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32760037&amp;postID=116256968722948309' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116256968722948309'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116256968722948309'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://gmclub.blogspot.com/2006/11/blog-post.html' title='เร็วไม่ว่า ช้าให้เป็น'/><author><name>GMclub</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17459280403898787599</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-32760037.post-116213586278426712</id><published>2006-10-29T07:29:00.000-08:00</published><updated>2006-10-29T07:31:02.786-08:00</updated><title type='text'>จากผู้ป่วยะระยะสุดท้ายถึงเพชรฆาตขี้เกรงใจ</title><content type='html'>ฉันคงแก่ขึ้นจริงๆ แหละเพราะสังเกตว่าพักนี้ชอบคุยกับคนแก่ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันเสาร์ แวะเอา GM ไปให้คุณหมอประสาน ต่างใจที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (เพราะดันส่งผิดเล่มไปให้คุณหมอ) ก็เลยถือโอกาสแวะดูคุณหมอตรวจคนไข้ไปด้วย มีอยู่คนหนึ่งเป็น "ศิลปินแห่งชาติ" ที่นอนป่วยรอความตายและเป็นอัลไซเมอร์ด้วย คุณหมอบอกว่าเขามักจะร้องไห้บ่อย ๆ เพราะจำอะไรไม่ได้ (และเราจะทำอะไรมากมายไปทำไม ในเมื่อท้ายที่สุดก็ต้องนอนร้องไห้เพราะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครบนเตียงเหมือน ๆกัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีอยู่คนหนึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นเอาพ่อมาทิ้งไว้ที่นี่และทุกเดือนเขาจะต้องมาจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลตกเดือนละหมื่นกว่าบาท เขาจ่ายเงินเสร็จแล้วก็ไปโดยไม่แม้แต่จะขึ้นไปเยี่ยมพ่อที่รออยู่ข้างบนทุก ๆวัน ในที่สุดชายคนนั้นก็ตายไปอย่างคนที่รอคอย (ฉันจะไม่มีลูกเด็ดขาด ซื้อประกันเหมือนอย่างที่คุณคำ ผกาว่าไว้ท่าจะดีกว่าเยอะ!)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันชอบคุยกับคนแก่ ชอบมองดูท่าทางเวลาที่เขานึกถึงความหลัง แววตาที่เปล่งประกายและท่าทีเข้าใจโลกอย่างลึกซึ้ง แต่คน อ่อนไหวและยากจนอย่างฉันไม่ควรอยู่ที่นี่นานเกินไป ฉันรู้และเข้าใจว่าโลกมันต้องเป็นอย่างนี้แหละ แต่ฉันไม่อยากมองดูแววตาของพวกเขานานเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"คนไข้คิดถึงท่านมาก โปรดมาเยี่ยมด้วย" นี่คือป้ายที่แขวนไว้หน้าทางเข้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันอาทิตย์ไปฟังงานเปิดตัวหนังสือ "เพชฆาตคนสุดท้าย"&lt;br /&gt;แนะนำตัวเสร็จสรรพ ขอเบอร์โทรได้ก็รีบวิ่งแจ้นไปหลบมุม รอฟังเงียบ ๆ&lt;br /&gt; ฉันไม่กล้าอยู่ใกล้เขานาน ๆ รู้สึกว่าเนื้อตัวเขาส่งความหมายบางอย่างที่ทำให้ฉันอึดอัด&lt;br /&gt;พอเขาขึ้นเวที ฉันนั่งฟังไปก็ขนลุกเป็นระยะๆ ผู้ชายคนนี้บอกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่ทำงานนี้เด็ดขาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ช่วย ๆกันไปก่อน ถ้ามีคนมาสมัครงานนี้เมื่อไหร่ ผมจะให้คุณเลิกทันที" ด้วยความเกรงใจและไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร เขาเลยต้องมาเดินบนเส้นทางนี้ 20 ปีผ่านไป ไม่มีใครมาสมัครงานเป็นเพชฆาตสักคน เขาต้องสังหารคนไปกว่า 55 คน และบางคนก็ตายอย่างทรมานเหลือแสน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ประเด็นที่น่าสนใจคือตอนที่ใกล้จะถูกยิงเป้านั้น ทางการจะอนุญาตให้นักโทษ "เขียนจดหมาย" หาใครก็ได้ในระยะเวลาสามสิบนาที และโดยมากคนที่เขาเขียนถึงก็คือ "พ่อและแม่"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณเพชฆาตบอกว่าคนที่จะมาเป็นโจรหรือมือปืนรับจ้างนั้น โดยมากมักจะเริ่มต้นจากการ "ถูกเลี้ยงให้เชื่อง" (แหม พลอตเดียวกับเจ้าชายน้อยเลยนะ แต่โรแมนติกต่างกันเยอะ!) เมื่อกินของเขามามากก็ต้องทำงานใช้เขานั่นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาคิด ๆดูแล้วทุกวันนี้คนเราก็ "ถูกทำให้เชื่อง" ด้วยวิธีการที่ต่าง ๆกันและบางครั้งเราก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;เช่น ฉันมักถูกทำให้เชื่องด้วยผู้ชายหน้าตาดี ๆ อ่อนไหวนิดหน่อย และจะเชื่องมากขึ้นไปอีก ถ้ามันเกิดนิสัยดีด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เสาร์-อาทิตย์นี้ของฉันจึงวนเวียนด้วย ความตายและความตายเช่นนี้แล&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32760037-116213586278426712?l=gmclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://gmclub.blogspot.com/feeds/116213586278426712/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32760037&amp;postID=116213586278426712' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116213586278426712'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116213586278426712'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://gmclub.blogspot.com/2006/10/blog-post_116213586278426712.html' title='จากผู้ป่วยะระยะสุดท้ายถึงเพชรฆาตขี้เกรงใจ'/><author><name>GMclub</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17459280403898787599</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-32760037.post-116161767478493985</id><published>2006-10-23T07:53:00.000-07:00</published><updated>2006-10-23T11:01:20.430-07:00</updated><title type='text'>กร้านโลก</title><content type='html'>จู่ ๆฉันก็นึกถึงคำนี้ขึ้นมา ตอนที่ไปนอนให้คุณหมอนวด ณ เฮลท์แลนด์กดจุดที่ท้องเพราะความเครียดลงกระเพาะจนอ้วกมาหลายวันติดต่อกัน พี่หมอนวดแกเห็นว่าตัวก็แค่นี้ ทำไมท้องของน้องถึงเต็มไปด้วยเส้นความเครียดที่มันทับถมจนตึงแน่นไปหมด กดตรงไหนก็เจ็บ จนต้องร้องเป็นแมวถูกน้ำ ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรเลยบอกแกไปว่านั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานไปหน่อยเลยเครียด!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันก่อนอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ตลกดี คนเขียนจีบปากจีบคอบอกว่า "อย่าซื้อถุงน่องลายตาข่ายมาใส่เด็ดขาดนะเคอะ  ถ้าคุณไม่อยากดูกร้านโลก!"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มานึก ๆ ถึงคำว่า "กร้านโลก" ดูแล้ว ฉันไม่แน่ใจว่ามันใช่ความหมายเดียวกับ "พอลลูชั่นเมืองหลวงจับ" ที่นิวัติ กองเพียรชอบใช้หรือเปล่า เขายกตัวอย่างให้เห็นว่าตอนที่เพ็ญพักตร์ ศิริกุลเข้ามา กทม ใหม่ ๆ หน้าตาของเธอยังกลมป๊อก ใสซื่อจนไม่มีเสน่ห์ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป เมืองหลวงได้ค่อย ๆแกะสลักและเจียระไนให้เธอดูเย้ายวนและเป็นผู้หญิงของเมืองไปจนได้ หันหลับมามองตัวเอง ฉันคงไม่มีทางที่พอลลูชั่นเมืองหลวงจะจับจนกลายเป็นดาวเด่นอย่างคุณเพ็ญพักตร์เป็นแน่ มีแต่อยู่ไป ๆ แล้วจะถูกเมืองทำร้ายจนหน้าตาเหี่ยวแห้งและตายไปโดยมีแมวกำลังแทะศพมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเคยเข้าไปในโรงหนังโป๊และเห็นกระเทยขายตัวอยู่ในนั้น ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่าว่าเนื้อตัวของพวกเธอมันดูบอบช้ำและอ่อนล้ายังไงไม่รู้  อาจเป็นเพราะพวกเธอมียี่ห้อของคำว่า "กร้านโลก" แปะไว้ก็ได้ เมื่อพวกเธอยิ้ม ฉันก็เลยเห็นแต่ความเริงร่าอย่างเศร้าสร้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะชีวิตมีเพียงชีวิตเดียว คนเราจึงมองว่าต้องใช้ให้มันคุ้ม เราเฝ้าฝันถึงการเดินทางที่จะทำให้เรารู้จักโลกและรู้จักชีวิตมากขึ้น จากคำว่ากร้านโลก พวกเขาเรียกมันว่า การผจญภัย เราออกเดินทาง เรียนรู้ อดทน เรียนรู้ อดทน จำเพื่อที่จะลืมมันไปจนหมดสิ้น ไม่เคยมีใครยกย่องคนที่มีชีวิตธรรมดา คนที่นั่งไร้เดียงสา โง่งมอยู่ที่บ้านบนหุบเขา พวกนั้นนอกจากจะขี้เกียจตัวเป็นขนยังไม่กล้าแม้แต่จะมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อเห็นสิ่งต่าง ๆ และโลกก็ไม่เคยเห็นเขาเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่อยากอยู่ในกลุ่มคนเหล่านี้ ฉันอยากผจญภัยแต่ไม่อยากกร้านโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราอยู่ในยุคที่ไม่มีใครเชื่อว่าตัวเองจะเป็นคนธรรมดา ความฝันทุกอย่างเป็นไปได้แม้แต่ความฝันโง่ ๆ ในสายตาคนอื่น เราคิดว่าตัวเองจะเปลี่ยนแปลงโลกได้ถ้าเพียงแต่เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนเสียตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าเราใช้ชีวิตมาก ๆทำอะไรเยอะ ๆ เราจะเป็นได้มากกว่าที่เคยเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าฉันแก่ตัวไปและมีใครมาคุยเรื่อง "life talk" กับฉัน ฉันจะเล่าเรื่องราวเข้มข้นที่ทั้งชีวิตฉันได้ประสบมา เพราะฉะนั้นฉันจะต้องเริ่มสะสมการผจญภัยให้มาก ๆ เสียตั้งแต่ตอนนี้ มันน่าเศร้าไปหน่อยไหมที่พอแก่ตัวไป สิ่งที่เราเรียนรู้ก็มาจากการเรียนรู้ชีวิตคนอื่น แต่สิ่งที่เราเรียนรู้จากชีวิตเราจริง ๆมันมีน้อยไปหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขียนมาถึงตรงนี้ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะจบเรื่อง "ความกร้านโลก" ของฉันอย่างไร&lt;br /&gt;บางทีพรุ่งนี้ฉันอาจจะรู้!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ตอนอายุ 20 กว่า ๆ&lt;br /&gt;1 อย่าทารองพื้นทั้งหน้าเพราะมันจะทำให้ดูหน้าใหญ่&lt;br /&gt;2 การแสกผมกลางหรือข้าง มีผลมหาศาลต่อระดับความดูดีบนหน้า ดูสิ่งที่แมนดี้ มัวร์ ทำกับเธอก่อนและหลังตอนนี้สิ&lt;br /&gt;3 คอสโมและคลีโอคือนิตยสารที่เหมาะแก่การอ่านก่อนนอนมากที่สุดเพราะทำให้เรามึนงงกับความสวยงามของผู้หญิงเหล่านั้น จนต้องรีบนอนเพราะเดี๋ยวผิวจะเหี่ยวก่อนวัยอันควร&lt;br /&gt;4 ไม่ว่าอาชีพ "ยาม"จะได้เงินเดือนเท่าไร มันก็น้อยเกินไปกับหน้าที่ของเขาอยู่ดี&lt;br /&gt;5 อย่ารักผู้ชายเพียงเพราะเขาให้แหวน&lt;br /&gt;6 น้ำผึ้งไม่ได้มีฤทธิ์กล่อมประสาทและทำให้นอนหลับง่าย แต่ไวน์ดี ๆสักแก้วต่างหากที่เป็นสิ่งที่ควรดื่มเพื่อที่จะหลับ&lt;br /&gt;7 ขอรองเท้าที่ใส่สบาย ๆให้ฉันสักคู่และฉันจะพิชิตโลกให้ดู&lt;br /&gt;8 อยู่ห่างคนใจร้ายเข้าไว้ ราคาแห่งความศรัทธาไม่ควรแพงจนเราเกลียดตัวเอง&lt;br /&gt;9 มีสมาธิให้มากขึ้นและชีวิตจะดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ&lt;br /&gt;10 คืนวันศุกร์นอนดูกบนอกกะลายังดีกว่าไปนั่งไร้สาระกับกลุ่มเพื่อนที่เราไม่ได้ตั้งใจฟังเขาพูดจริงๆ&lt;br /&gt;11 ฟัง ฟัง ฟังเมื่อคนอื่นพูด&lt;br /&gt;12 ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าและลืมมันซะ!&lt;br /&gt;13 คอลัมน์ทำนายดวงใน "คู่สร้างคู่สม" แม่นจนน่าขนลุก&lt;br /&gt;14 มีแต่คนนิสัยดีเท่านั้นที่จะทำงานที่ยิ่งใหญ่แต่ไม่เย่อหยิ่งอย่าง "การพิสูจน์อักษร" ได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32760037-116161767478493985?l=gmclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://gmclub.blogspot.com/feeds/116161767478493985/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32760037&amp;postID=116161767478493985' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116161767478493985'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116161767478493985'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://gmclub.blogspot.com/2006/10/blog-post_23.html' title='กร้านโลก'/><author><name>GMclub</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17459280403898787599</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-32760037.post-116154364239850995</id><published>2006-10-22T11:55:00.000-07:00</published><updated>2006-10-22T12:00:42.406-07:00</updated><title type='text'>เหตุเกิดเพราะแท็กซี่</title><content type='html'>อยู่ดีไม่ว่าดี  ออกไปใช้สังขารที่งานหนังสือ คนมากมายล้านแปดแสน&lt;br /&gt;เลยเป็นลมประชดคนเยอะมันซะเลย น่าเศร้ากว่านั้น เพราะก็ต้องรีบหายหน้ามืด ถ่อสังขารไปแย่งแท็กซี่กับชาวบ้าน&lt;br /&gt;นานแสนนาน กว่าจะได้ขึ้นแท็กซี่ นั่งไปอยู่ดี ๆ พี่ก็ดันตดให้หนูดมซะอย่างนั้น&lt;br /&gt;โอ้! แม่เจ้า เป็นเรื่องที่โหดร้ายสำหรับดิฉันอย่างยิ่ง&lt;br /&gt; เปิดหน้าต่างให้ลมโกรกกรากก่อนที่จะปิด นั่งไปอีกห้านาที พี่ก็ดันตดให้หนูดมอีก (ทำไมไม่อึออกมาเลยละคะ คุณขา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคนขับแท็กซี่&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32760037-116154364239850995?l=gmclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://gmclub.blogspot.com/feeds/116154364239850995/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32760037&amp;postID=116154364239850995' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116154364239850995'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116154364239850995'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://gmclub.blogspot.com/2006/10/blog-post_22.html' title='เหตุเกิดเพราะแท็กซี่'/><author><name>GMclub</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17459280403898787599</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-32760037.post-116133587673351873</id><published>2006-10-20T02:12:00.000-07:00</published><updated>2006-10-20T02:17:56.740-07:00</updated><title type='text'>สัปดาห์หนังสือ</title><content type='html'>และแล้วงานหนังสือก็เวียนมาอีกครั้ง&lt;br /&gt;ดิฉันยังมิได้ไปเดินลั้ลลาร์ที่งานเลยนะเนี่ย&lt;br /&gt;เวลาเห็นคนมากมาก ก็จะงงตลอดว่าเขาเอาเงินทองมาจากไหนมาซื้อหนังสือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลยมานั่งนึก ๆ ดูว่าหนังสือที่มีในครอบครองตอนนี้ก็มีแต่คนให้มาแทบทั้งนั้น&lt;br /&gt;พ่อเราเป็นคนชอบสะสมหนังสือ หนังสือที่บ้านมีมากกว่าพันเล่มได้ เพราะพ่อเก็บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆทุกอย่างไม่เคยทิ้ง&lt;br /&gt;วันก่อนเจอพี่โลเล แกบอกว่ากำลังทำใจที่จะหัดทิ้งหนังสือที่ไมได้ใช้ได้แล้ว เพราะคนเรามักนึกว่าเก็บไว้เผื่อได้ใช้ประโยชน์ แต่พอเอาเข้าจริงก็ต้องใช้เวลากับการรื้อค้นทั้งวัน ไม่ได้ทำงานกันพอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บังเอิญไม่ได้สะสมอะไรในชีวิต เลยนึกไม่ออกว่าจะ "ทิ้ง" หนังสือมากมายที่ตัวเองเป็นเจ้าของตอนนี้ได้ไหม&lt;br /&gt;ใครเคย "ทิ้ง" หนังสือบ้าง ทำใจยังไงและทิ้งเพราะอะไรเอ่ย?&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32760037-116133587673351873?l=gmclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://gmclub.blogspot.com/feeds/116133587673351873/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32760037&amp;postID=116133587673351873' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116133587673351873'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/116133587673351873'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://gmclub.blogspot.com/2006/10/blog-post.html' title='สัปดาห์หนังสือ'/><author><name>GMclub</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17459280403898787599</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-32760037.post-115563581228376057</id><published>2006-08-15T02:51:00.000-07:00</published><updated>2006-08-15T02:56:52.293-07:00</updated><title type='text'>คุณเชื่อเรื่องกฏของยุ๊ยหรือไม่?</title><content type='html'>เมื่อวานคุณภาวนาบอกว่า ครั้งหนึ่งสมัยเจ๊ยังสาวๆ เคยอ่านเรื่องสั้นของพี่สมจุ้ยว่า&lt;br /&gt;กฏของยุ้ย เนื้อหาทำนองว่า คนชื่อยุ๊ยมักเป็นคนนิสัยดี คุณเคยมีเพื่อนที่ชื่อยุ้ยบางไหมครับ&lt;br /&gt;แล้วยุ๊ยเพื่อนคุณนะ นิสัยน่ารักเหมือนกับ ยุ้ย ชาแนลรึเปล่า ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิอิ... ผมขอชี้แจงว่าผมไม่ได้มีเจตนากิ๊กยุ๊ยอย่างที่คุณเข้าใจ หรอกน่า ใช่ไหมยุ๊ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุ๊ย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32760037-115563581228376057?l=gmclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://gmclub.blogspot.com/feeds/115563581228376057/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=32760037&amp;postID=115563581228376057' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/115563581228376057'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/32760037/posts/default/115563581228376057'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://gmclub.blogspot.com/2006/08/blog-post.html' title='คุณเชื่อเรื่องกฏของยุ๊ยหรือไม่?'/><author><name>GMclub</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17459280403898787599</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry></feed>
